Please wait while JT SlideShow is loading images...
บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์บางชัน แฮปปี้ โฮมสเตย์

alt  

 

ประวัติความเป็นมาการตั้งชุมชนตำบลบางชัน

 

                ตำบลบางชัน  มีหมู่บ้านในเขตปกครอง  จำนวน  6  หมู่บ้าน  และมีประวัติความเป็นมาการตั้งชุมชน  ดังนี้

 

               หมู่บ้านเกาะจิก  หมู่ที่ 1 มีผู้คนอพยพอาศัยมาประมาณ ปี พ.ศ. 2549  คนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากคือ คนบางปิด  อำเภอแหลมงอบและชาวจีนโพ้นทะเล   สาเหตุที่ชื่อเกาะจิก     เพราะสมัยก่อนมีต้นจิกชุกชุม  และเสด็จเตี่ย หรือ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  เป็นคนตั้งชื่อว่า เกาะจิก  มีพื้นที่ประมาณ  700  ไร่   สภาพเป็นเกาะมีทะเลล้อมรอบ  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอขลุง  ทิศตะวันออกจดอำเภอเขาสมิง  และอำเภอแหลมงอบ  จังหวัดตราด  ทิศใต้จดทะเล  ทิศเหนือจดอำเภอแหลมสิงห์  การคมนาคมโดยเรือเป็นหลัก  จำนวนประชากร  489  คน  แยกเป็นชาย  252  คน  หญิง  237  คน


               หมู่บ้านปากน้ำเวฬุ  หมู่ที่ 2 หรือ มีอีกชื่อเรียกว่า บ้านโรงไม้  เริ่มก่อตั้งก่อนปี พ.ศ.2410 หรือประมาณ 135 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเวฬุ ซึ่งจะไหลไปออกอ่าวไทย  พื้นที่เป็นป่าชายเลนมีไม้โกงกางนับหมื่นไร่  เป็นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด  ชาวบ้านจะตัดไม้โกงกางไปทำฟืนเพื่อขายให้กับเตาถ่าน  ที่เตาถ่านจะมีไม้ฟื้นกองอยู่เป็นจำนวนมาก  ชาวบ้านจึงเรียกว่า โรงไม้ ซึ่งเป็นชื่อเรียกกันติดปากมาจนถึงปัจจุบันนี้  บุคคลที่เริ่มก่อตั้งหมู่บ้านนั้นประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่อยู่ตามชายฝั่งของจังหวัดจันทบุรี  และมีบุคคลกลุ่มใหญ่ที่อพยพมาจากประเทศจีน ซึ่งอาศัยมากับเรือเมล์ที่เดินทางมาจากบางกอก (กรุงเทพฯ) เพื่อซื้อสินค้าต่างๆ และเป็นการเดินทางติดต่อกับกรุงเทพ ฯ ที่สะดวกที่สุด  ชาวจีนกลุ่มนี้เริ่มการประกอบอาชีพทางด้านการประมงอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น การทำโป๊ะ  การทำเรือลากอวนขนาดใหญ่  ตลอดจนทำการค้าขายกับตลาดทางกรุงเทพฯ และชุมชนใกล้เคียง ซึ่งนำความเจริญมาสู่หมู่บ้านมากขึ้นที่มาจากการเรียกที่บริเวณนี้ว่าโรงไม้  เพราะในอดีตเมื่อประมาณ  30 – 40 ปีก่อน ในช่วงที่มีการให้สัมปทานการตัดไม้โกงกางในพื้นที่ลุ่มนำเวฬุ   เมื่อตัดไม้แล้วก็จะนำไม้ที่ตัดได้มารวบรวมที่นี่ ก่อนที่จะต่อไปยังที่อื่นต่อไป   เพราะมีด่านป่าไม้ตั้งอยู่ข้างบริเวณศาลเจ้าบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน   แต่ปัจจุบันไม่มีหน่วยงานนี้แล้ว   และพื้นที่บริเวณนั้นก็เปลี่ยนเป็นป่าชายเลน ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เรียกว่าบ้านโรงไม้ตลอดจนถึงปัจจุบัน


     บ้านอิเทพ หมู่ที่ 3  เป็นหมู่บ้านที่อยู่ริมฝั่งคลองในเขตป่าชายเลน  ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ  อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด โดยคนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากถิ่นฐานดั่งเดิม  ไม่มีใครทราบว่ามาจากไหน  เพราะคนรุ่นก่อนไม่ได้เล่าประวัติหมู่บ้านไว้ให้ฟังรู้เพียงว่าชื่อหมู่บ้าน อิเทพ  และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มาจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีใครรู้ความหมายของชื่อหมู่บ้านอิเทพ  จึงได้แต่เรียกชื่อหมู่บ้านต่อกันมาเรื่อย ๆ ปัจจุบัน  มีนายสมใจ  แก้วขาว   เป็นกำนันบ้านอิเทพ 


     บ้านเทพขาหย่าง หมู่ที่ 4  เริ่มก่อตั้งประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว  ประชาชนกลุ่มแรกที่บุกเบิกมา สร้างหมู่บ้าน คือ คนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาจากประเทศจีนโดยประกอบอาชีพทางด้านประมงเพราะลักษณะของหมู่บ้านเหมาะแก่การทำอาชีพประมง กล่าวคือ มีพื้นที่เป็นป่าชายเลน  มีคลองไหลผ่านกลางหมู่บ้านไปบรรจบกับแม่น้ำเวฬุ  ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา จากพื้นที่ของหมู่บ้านที่ป่าชายเลน  การคมนาคมภายในหมู่บ้านนั้นต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะในการเดินทางเพียงอย่างเดียว   ชาวบ้านจะไปติดต่อกับทางอำเภอจะต้องอาศัยนั่งเรือโดยสาร บ้านเทพขาหย่าง มีวัดเทพขาหย่าง  ที่มีหลวงพ่อลอย ประดิษฐานอยู่  หลวงพ่อลอยองค์นี้มีขนาดเท่ากับหลวงพ่อโสธร ลอยน้ำมาจากที่ไหนไม่มีใครรู้  เมื่อลอยมาถึงบ้านเทพขาหย่าง ชาวบ้านพยายามช่วยกันนำขึ้นมาจากแม่น้ำแต่ไม่สามารถที่จะนำขึ้นมาได้  ผู้ใหญ่บ้านในตอนนั้นจึงทำพิธีบวงสรวงหลวงพ่อลอย  และอธิฐานว่าถ้าหลวงพ่อลอยต้องการที่จะประดิษฐาน ณ ที่หมู่บ้านเทพขาหย่างนี้ก็จะสร้างวัดขึ้นมาให้กับหลวงพ่อลอย  เมื่ออธิฐานเสร็จชาวบ้านก็ช่วยกันยกหลวงพ่อลอยขึ้นมาจากแม่น้ำได้เป็นผลสำเร็จ  ปัจจุบันนี้หลวงพ่อลอยเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป


                บ้านนากุ้ง  หมู่ที่ 5  มีที่มาจากคำว่า “ นากุ้ง”  เพราะในอดีตพื้นที่บริเวณนี้จะมีการทำนากุ้งแบบธรรมชาติ  จากคำบอกเล่ามีการเริ่มทำนากุ้งลักษณะนี้เมื่อประมาณ  50 - 60 ปีก่อน  ถือเป็นที่ที่แรกของภาคตะวันออกที่ขุดบ่อแล้วปล่อยให้น้ำทะเลเข้าเมื่อเวลาน้ำขึ้น  และจะกักน้ำไว้ในบ่อระยะหนึ่ง  พอถึงเวลาก็ปล่อยน้ำออก  ในช่วงที่ปล่อยน้ำออกก็จะเอาอวนกั้น  กุ้ง ปลา และสัตว์น้ำอื่นๆที่อยู่ในบ่อจะติดอวน  ในอดีตการขุดจะใช้แรงคนในการขุด  ปัจจุบันยังมีนากุ้งแบบธรรมชาติที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงคนรุ่นปัจจุบันยังมีอยู่ 


                สำหรับการตั้งเป็นหมู่บ้านนั้น  ได้แยกออกมาจากหมู่ 2 บ้านโรงไม้  เมื่อประมาณปี 2500  เนื่องมาจากจำนวนคนเพิ่มมากขึ้น และประกอบกับพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างทำให้การดูแลและปกครองค่อนข้างลำบาก  จึงได้ขอให้แยกออกมาตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่  ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนดั่งเดิมในพื้นที่  และบางส่วนย้ายมาจากที่อื่น ส่วนมากจะมาจากมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร และจากทางภาคอีสาน  เพื่อมาประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง 

                หมู่บ้านสีลำเทียน  หมู่ที่ 6  เริ่มก่อตั้งประมาณปี 2510 หรือประมาณ 34 ปีมาแล้ว  สมัยก่อนที่หมู่บ้านสีลำเทียน ได้แยกออกมาจากหมู่ที่ 3 บ้านอิเทพ คำว่า “ สีลำเทียน “ เป็นชื่อของพันธุ์ข้าวจ้าวชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันมากในแถบนี้   เพราะแถบนี้มีสภาพเหมาะกับการทำนา  ถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญในอดีต  แต่ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดที่เคยเป็นนาข้าวได้เปลี่ยนเป็นนากุ้งเมื่อประมาณ  20 กว่าปีมานี้  อีกชื่อหนึ่งคือ “ บ้านน้ำแดง “  เนื่องจากในบริเวณนี้มีต้นฝาดมาก  เมื่อฝนตกลงมาน้ำบริเวณนั้นจะกลายเป็นสีแดง  เนื่องจากเปลือกของต้นฝาดมีคุณสมบัติให้สีแดง  อีกชื่อหนึ่ง คือ “ บ้านตาโตน “   ตาโตนเป็นชื่อของคน  ที่อพยพมาอยู่ที่นี้แล้วมีคนมาอาศัยมากขึ้นอยู่รวมกันในบริเวณนั้น 


                บ้านสีลำเทียน  เริ่มก่อตั้งมีผู้ใหญ่อำนวย  ไสยวรรณ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก  คนกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ที่บ้านสีลำเทียนอพยพมาจากบ้านบางสระเก้าและบ้านอีแรงมาประกอบอาชีพทำนาข้าวและรับจ้าง ส่วนชาวบ้านที่อพยพไปอยู่บ้านน้ำแดงจะประกอบอาชีพประมง  การคมนาคมในสมัยก่อนจะไม่มีถนน  ไม่มีไฟฟ้า  ไม่มีน้ำประปา การติดต่อกับหมู่บ้านอื่น ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง


 

"จันทบุรี เป็นเมืองชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยในแต่ละยุคสมัย ทั้งสมัยก่อนกรุงธนบุรีและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังปรากฏหลักฐานสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่จวบจนทุกวันนี้ "

           เริ่มมีการตั้งเมืองครั้งแรกที่บริเวณหน้าเขาสระบาป ราวพุทธศตวรรษที่ 18 “ชาวชอง" หรือชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในป่าฝั่งตะวันออก บริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง โดยเฉพาะเขตป่ารอยต่อจันทบุรี-ตราด ซึ่งเป็นแหล่งของป่าและสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์
          สมัยก่อนชาวชองดำรงชีวิตด้วยการเก็บของป่าขาย ปัจจุบันพื้นที่ป่าลดน้อยลงเพราะถูกหักร้างเพื่อทำสวนทำไร่ถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน การเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นายพรานต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นแรงงานในเมือง หรือบางส่วนยังคงทำสวนทำนากันอยู่ปัจจุบันชาวชองส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านคลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ
            ปี พ.ศ.2200 ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่ม ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยาและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี้พลจากนั้นจึงนำกำลังพลทั้ง ไทย-จีน จำนวน 5,000 คน กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ.2310 เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิในของชาวจันทบุรี ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากที่มีโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้อง หรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนั้น
           ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านเนินวงซึ่งอยู่ในที่สูง เพื่อเป็นที่มั่นในการป้องกันการรุกรานของญวน จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองจันทบุรีได้ย้ายกลับมาตั้งที่บ้านลุ่มตามเดิม เนื่องจากบ้านเนินวงอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ
           ในปี พ.ศ.2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสโดยฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดงฝั่งซ้ายแม้น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน


 

 

 คำขวัญจังหวัดจันทบุรี

น้ำตกลือเลื่อง  เมืองผลไม้

 พริกไทยพันธุ์ดี  อัญมณีมากเหลือ 

เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี


 

สัญลักษณ์จังหวัดจันทบุรี

alt

รูปกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์  เปล่งแสงเป็นประกาย
แสงจันทร์  หมายถึงความสวยงามเยือกเย็นละมุนละไม เปรียบได้กับความรื่นรมย์และร่มเย็นเป็นสุขของภูมิภาค
รูปกระต่าย เป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งของดวงจันทร์  ซึ่งชาวไทยทั่วไปเชื่อว่ามีอยู่เช่นนั้นมาแต่ดึกดำบรรพ์ เช่นเดียวกับที่จันทบุรีเป็นเมืองโบราณมีชื่อปรากฎอยู่ในพงศาวดารมาตั้งแต่แรกสร้างกรุงศรีอยุธยา 


 
ต้นไม้ประจำจังหวัด
ต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรีได้แก่ ต้นสำรอง

alt

 

ความเป็นมา :เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม  2537  สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนารถ ได้ทรงพระราชทานชนิดพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดทั้งหมด 76 ชนิด ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด  เพื่อนำไปปลูกเป็นศิริมงคลแก่จังหวัดนั้นๆ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์  ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันปลูกต้นไม้ ตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50  และได้ทรงพระราชทานต้นสำรองให้แก่จังหวัดจันทบุรี  กรมป่าไม้จึงขึ้นทะเบียนให้เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดจันทบุรี    (ที่มา : จากหนังสือเพลงบทกลอนคำขวัญป่าไม้  งานพัฒนาประชาสัมพันธ์ สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่)


ดอกไม้ประจำจังหวัด

 

alt

ดอกไม้ประจำจังหวัดได้แก่ กล้วยไม้เหลืองจันทบุรี